โครงการจัดสร้างพระแผนที่ประเทศไทยเฉลิมพระเกียรติ ฯ
โครงการจัดสร้างพระแผนที่ประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติ ฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๘๔ พรรษา
โดย วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์
๑. หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนามานับแต่โบราณ จากหลักฐานที่ชี้ชัด คือนับแต่สมัยสุโขทัย ลพบุรี อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ จนได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่า ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาของโลก จำนวนประชาชนที่เป็นชาวพุทธในประเทศไทยเมื่อเปรียบเทียบกับผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ อ้างจากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ (๑๙๙๙) ประชาชนชาวไทยจำแนกตามศาสนาต่าง ๆ จากจำนวนประชาชนทั้งประเทศ ๖๐,๘๑๖,๒๒๖ คน เป็นชาวพุทธ ๕๖,๒๙๐,๐๐๓ (๙๒.๕๖%) เป็นชาวมุสลิม ๓,๒๒๒,๖๕๙ (๕.๓๐%) เป็นชาวคริสต์ ๘๒๐,๕๗๖ (๑.๓๕%) เป็นชาวฮินดู-ซิกข์ ๑๙,๓๓๗ (๐.๐๓%) ที่ไม่ระบุว่านับถือศาสนาใด ๆ อีก ๔๖๓,๖๕๑ (๐.๗๖%) ซึ่งข้อมูลปัจจุบัน (๒๕๕๒) อาจเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามสภาพการณ์
พุทธศาสนิกชนทั่วโลกเห็นร่วมกันว่า การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เป็นแนวทางการสร้างสันติภาพ คือ ความสงบที่ประชาคมโลกแสวงหา สันติธรรม คือ มีหลักสัจจธรรมหรือมีวิธีการที่สามารถทำให้เกิดความสงบได้อย่างแท้จริง และเมื่อนำหลักธรรมหรือวิธีการมาปฏิบัติแล้ว สามารถนำสันติสุขมาให้แก่ชาวโลกทั้งมวลได้อย่างดียิ่ง สหประชาชาติ (UN) จึงได้ประกาศให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสากลของชาวโลก เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒ เป็นต้นมา หลายประเทศสมาชิกได้พิจารณาเห็นความเหมาะสม จึงกำหนดให้ประเทศไทยเป็นจุดศูนย์รวมของพระพุทธศาสนาแบบถาวร เนื่องจากมีความพร้อมในหลายด้าน มีองค์กรทางพระพุทธศาสนา เช่น มีพระอาราม อาราม สำนักสงฆ์ ศาสนสถาน และ ศาสนวัตถุในพระพุทธศาสนาจำนวนมาก มีมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่เป็นสถานศึกษาผลิตบัณฑิตทางพระพุทธศาสนา ทั้งเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าหาความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนา ๒ แห่ง คือ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นอกจากนั้น เป็นที่ตั้งขององค์กรสำคัญต่าง ๆ เช่น พุทธศาสนสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ศ.ล.) ยุวพุทธิกสมาคม มูลนิธิและองค์กรอิสระที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาอีกจำนวนมาก มีความพร้อมด้านสถานที่ เช่น พุทธมณฑลสถาน จังหวัดนครปฐม พระบรมธาตุเจดีย์ ปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ ที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าทั่วทุกภาคของประเทศ เช่น พระบรมสารีริกธาตุ รอยพระพุทธบาท พระพุทธปฏิมากรและที่สำคัญ คือ พระสงฆ์ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากกว่าที่ใด ๆ ในโลก
ในปี ๒๕๕๔ เป็นปีมหามงคลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ จะเจริญพระชนมพรรษาครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา นับแต่เริ่มทรงครองสิริราชสมบัติถึงปัจจุบัน พระองค์ทรงเป็นพระธรรมิกราชาธิราช ทรงประกาศปฐมบรมราชโองการว่า “เราจักปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เป็นพระบรมราชโองการที่ทรงปฏิบัติเป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลา ๖๐ ปีเศษแห่งการครองสิริราชสมบัติ ทรงดำรงมั่นในทศพิธราชธรรม ราชสังคหวัตถุ ๔ ประการ ซึ่งเป็นพระราชจริยานุวัตรอันเป็นที่ตั้งแห่งความสงเคราะห์ยึดหน่วงน้ำใจของพสกนิกรไว้ด้วยดี ทรงใช้เป็นแนวทางในการวางนโยบายปกครองบ้านเมือง ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินแห่งสยามประเทศ มีสายพระเนตรอันกว้างไกล สอดคล้องกับสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองการปกครอง ทรงประกาศทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ในการแก้ปัญหาให้ประชาชนใน ทรงริเริ่มและจัดตั้งโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนนับได้หลายพันโครงการ ทรงแทรกคติธรรมความรู้แก่พสกนิกร ผ่านพระบรมราโชวาท พระบรมราโชบาย พระราชดำริ แนวพระราชดำริ พระราชนิพนธ์ พระบรมราชวินิจฉัย พระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตร ที่เพียบพร้อมเป็นแบบอย่างที่สมบูรณ์ทุกประการอย่างหาใครเสมอเหมือนมิได้ จนเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวไทย เป็นกำลังแก่แผ่นดิน จนได้รับพระนามว่า “พระผู้เป็นพลังของแผ่นดิน” เป็นเหตุให้เกิดความสุขสงบร่มเย็น ความเป็นปึกแผ่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชน เกิดเป็นความมั่นคงของประชาชนและประเทศชาติ แม้ในคราวมีเหตุเภทภัยต่าง ๆ เกิดขึ้นในบ้านเมือง ก็ทรงเป็นผู้แก้ปัญหาด้วยพระบรมเดชานุภาพ พระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยภาพ อย่างหาผู้เสมอเหมือนมิได้ ทำให้เหตุนั้น ๆ สงบราบคาบลงไปได้ด้วยความเรียบร้อยอย่างน่าอัศจรรย์เสมอมา
จากสภาพการณ์ดังกล่าวมา วัดราชผาติการาม และวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ พร้อมด้วยคณะศิษย์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ( วิน ธมฺมสารเถร ) อดีตเจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม เห็นสมควรจัดสร้างพระแผนที่ประเทศไทยขึ้น โดยย่อแบบแผนที่ประเทศไทย ประดิษฐานอยู่บนแท่นทรงใบบัวคว่ำ มีแท่นย่อมุมไม้ ๑๒ รองรับอีกชั้นหนึ่ง ประกอบด้วยสิ่งเป็นสิริมงคล คือ พระพุทธเอกนพรัตน์ พระสยามเทวาธิราช และท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ ด้านหลังจารึกอักษรไหว้พระ ๕ ครั้ง หล่อด้วยโลหะสำริด จำนวน ๑๕๗ องค์ จัดสร้างขึ้น ๒ ขนาด คือ
๑. ขนาดแผ่นใหญ่ กว้าง ๑๒๘ ซม. สูง ๒๙๘ ซม. หนา ๖๘ ซม. หล่อด้วยโลหะสำริด หล่อจำนวน ๕ องค์ เพื่อประดิษฐานใน ๕ ภาค คือ ๑) ภาคเหนือ ประดิษฐาน ณ วัดท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ ๒) ภาคใต้ ประดิษฐาน ณ วัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช ๓) ภาคตะวันออก ประดิษฐาน ณ วัดวรดิตถาราม จังหวัดตราด ๔) ภาคตะวันตก ประดิษฐาน ณ วัดวังก์วิเวการาม จังหวัดกาญจนบุรี และ ๕) ภาคกลางตอนบน ประดิษฐาน ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ ฯ จังหวัดนครสวรรค์
๒. ขนาดแผ่นเล็ก กว้าง ๓๖ ซม. สูง ๘๔ ซม. หนา ๒๑ ซม. หล่อจำนวน ๑๕๒ องค์ อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระอารามและอารามต่าง ๆ ทั้งสองคณะ จำนวน ๗๖ จังหวัด ๆ ละ ๒ องค์ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในโอกาสเจริญพระชนมายุ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ในปี ๒๕๕๔ นี้ รวมทั้งให้เป็นนิมิตหมายแห่งความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง และรองรับการแสวงหาสันติภาพ สันติธรรม และสันติสุข ในความรู้สึกของชาวไทยและประชาคมโลกสืบไป
ประเทศไทย ภายใต้ความคุ้มครองของพระมหากษัตริย์ พระบวรพุทธศาสนา และเทวดาผู้พิทักษ์รักษาประเทศ คือ พระสยามเทวาธิราช ท้าวจตุโลกบาลผู้เป็นมหาราชทั้ง ๔ ที่คอยอุ้มชูดูแลประเทศไม่ให้ตกไปที่เสื่อม ให้เป็นแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองรวมไว้ด้วยกัน สมกับคำว่า ประเทศไทยเป็นแผ่นดินทอง รองรับวาระมหามงคลสมัยต่าง ๆ ที่จะมีมาในเบื้องหน้าดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนมีความสามัคคีตามแนวพระบรมราโชวาทว่า “รู้ รัก สามัคคี” และแนวพระราชดำริในการแก้ปัญหาด้วยการใช้หลัก การเข้าใจ การเข้าถึง และนำไปพัฒนา ทำให้ประชาชนเกิดความพอเพียงในการดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุผล รู้จักประมาณ และมีภูมิคุ้มกัน ตามแนวทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสอดคล้องกับหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาทุกประการ
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อจัดสร้างแบบย่อพระแผนที่ประเทศไทย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในโอกาสเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔
๒.๒ เพื่อมอบแก่คณะสงฆ์ทั้งสองคณะ และอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระอารามและอารามต่าง ๆ จำนวน ๕ ภาค และ ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ
๒.๓ เพื่อความเป็นสิริมงคลและสันติภาพแก่ชาติบ้านเมือง
๓. เป้าหมาย
๓.๑ เป้าหมายการดำเนินงาน
๑) จัดสร้างพระแผนที่ประเทศไทย ขนาดแผ่นใหญ่ กว้าง ๑๒๘ ซม. สูง ๒๙๘ ซม. หนา ๖๘ ซม. หล่อด้วยโลหะสำริด เพื่อประดิษฐานใน ๕ ภาค จำนวน ๕ องค์
๒) จัดสร้างพระแผนที่ประเทศไทย ขนาดแผ่นเล็ก กว้าง ๓๖ ซม. หนา ๒๑ ซม. สูง ๘๔ ซม. หล่อด้วยโลหะสำริด เพื่อประดิษฐาน ณ พระอาราม และอารามต่าง ๆ ๗๖ จังหวัด ๆ ละ ๒ องค์ โดยมอบแด่คณะสงฆ์ทั้งสองคณะ รวม ๑๕๒ องค์
๓) ขอพระราชทานทรงพระสุหร่าย ทรงเจิม และทรงบรรจุพระแผนที่ประเทศไทย ชนิดเนื้อผง ลงในองค์พระแผนที่ประเทศไทยเนื้อโลหะสำริด จำนวน ๙ องค์
๔) ขอพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ผ้าไตร สำหรับถวายพระสงฆ์ทรง สมณศักดิ์ จำนวน ๑๕ ไตร โดยแยกถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ๑๐ ไตร และถวายพระสงฆ์ตัวแทน ๕ ภาค จำนวน ๕ ไตร รวม ๑๕ ไตร
๕) จัดพิธีมอบถวายแด่พระสงฆ์จาก ๕ ภาค ๗๖ จังหวัด ณ มณฑลพิธีพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นเวลา ๑ วัน
๖) นิมนต์พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์ และเจริญชัยมงคลคาถา จำนวน ๑๐ รูป
๓.๒ เป้าหมายการประดิษฐาน
๑) พระแผนที่ประเทศไทย ขนาดแผ่นใหญ่ อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระอาราม และอาราม ๕ ภาค คือ
- ภาคเหนือ ประดิษฐาน ณ วัดท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่
- ภาคใต้ ประดิษฐาน ณ วัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช
- ภาคตะวันตก ประดิษฐาน ณ วัดวังก์วิเวการาม จังหวัดกาญจนบุรี
- ภาคตะวันออก ประดิษฐาน ณ วัดวรดิตถาราม จังหวัดกาญจนบุรี
- ภาคกลางตอนบน ประดิษฐาน ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ จังหวัดนครสวรรค์
๒) พระแผนที่ประเทศไทย ขนาดแผ่นเล็ก อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระอาราม และอารามต่าง ๆ ๗๖ จังหวัด ทั่วประเทศ โดยมอบให้คณะสงฆ์ทั้งสองคณะ
แก้ไขล่าสุด (วันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2009 เวลา 07:59 น.)


